ดูงานก่อสร้างเขื่อนน้ำเทิน 2
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
วันที่ 8-11 กุมภาพันธ์ 2551
- ภาพบรรยากาศ >>
- Presentation >>
เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและคำมั่นสัญญาที่ประธานรุ่นปี 2550-2551 ของรุ่น 11 ที่ได้ให้ไว้ในวันหาเสียงและได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ประธานรุ่นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2550 ในเรื่องของ การทัศนศึกษาดูงานทางวิศวกรรมที่ก้าวหน้าในต่างประเทศ อย่างน้อยปีละหน จึงเริ่มต้นแบบง่ายๆ ที่โครงการก่อสร้างเขื่อนน้ำเทิน 2 ในประเทศเพื่อนบ้านของเราก่อน

Main dam ( Nakai Dam ) เขื่อนใหญ่ที่สุดของโครงการ
ส่วนอยู่ปลายอ่างเก็บน้ำ มีความก้าวหน้ากว่า 82%
ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี้ ประธานรุ่น 11 นายวิสรัส เอี่ยมประชา จึงได้นัดหมายเพื่อนร่วมรุ่นที่มีความสนใจและมีเวลาว่างที่ตรงกันกัน จำนวน 12 ชีวิตออกเดินทางแบบขับรถกันเองจำนวน 5 คัน ออกเดินทางจากกรุงเทพสู่ชายแดนที่ จ.มุกดาหาร เพื่อเดินทางข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ไปยังประเทศลาวทางแขวงสะหวันนะเขต ขับรถตรงไปที่เมืองท่าแขก ระยะทางประมาณ 60 กม.จากนั้นเราก็ตรงไปบริเวณหน้างาน ที่เมืองหลักซาว แขวงเชียงม่วน ประเทศลาว ดูงานกันทั้งวัน จนค่ำมืด แล้วเราก็ขึ้นไปนอนกันที่เมืองหลักซาว ก่อนออกเดินทางขับรถเที่ยวลาว เลียบริมน้ำโขง มาค้างกันอีกคืนที่ นครเวียงจันทร์ เมืองหลวงของประเทศลาว ก่อนขับรถข้ามแม่น้ำโขงกลับประเทศไทยที่จังหวัด หนองคายในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมเป็นระยะทางทั้งหมดกว่า 2,200 กม.

บริเวณหน้างาน Intake มีความก้าวหน้ากว่า 78 %
โครงการก่อสร้างเขื่อนน้ำเทิน 2 เป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนที่มีลักษณะพิเศษกว่าเขื่อนไฟฟ้พลังน้ำทั่วไป เนื่องจากมีขนาดของเขื่อน ( Main Dam- Nakai )ไม่ใหญ่โตมาก มีความสูงของสันเขื่อนประมาณ 40 เมตร ความยาวประมาณ 400 เมตร เท่านั้น แต่การส่งน้ำจำนวนมหาศาลเข้าเครื่องกังหันน้ำนั้น ใช้ Head ของน้ำที่มีความสูงมากกว่า 350 เมตรจากอ่างเก็บน้ำทางด้านหลังของอ่าง และทำการขุดอุโมงค์ส่งน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่า 8 เมตร ลำเลียงส่งน้ำเข้าเครื่องจักรพลังน้ำ Francis Turbine ขนาดใหญ่ จำนวน 6 ตัว กำลังการผลิตไฟฟ้าตัวละ 250 MWx4 = 1,000 MW และยังมี Impulse Turbine ขนาด 43x2 =86 MW รวมกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่า 1,086 MW และท่านทราบหรือไม่ว่าปริมาณไฟฟ้าจำนวน 1,000 MW หรือกว่า 92 % ที่ผลิตได้นั่น ต้องขายให้กับประเทศไทย ได้มีการตกลงทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับประเทศไทยโดย EGAT ไปแล้วตั้งแต่ปี 2003 ซึ่งผลสำเร็จของโครงการนี้ จะเป็นโครงการที่มีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าที่มากที่สุด มากกว่าเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยได้เลย นอกจาก Main dam แล้วโครงการนี้ยังมีเขื่อนขนาดเล็กที่เรียกว่า Saddle Dam อีกจำนวน 13 เขื่อนเพื่อเก็บกักน้ำให้อยู่ในอ่างที่มีประมาณ มากกว่า 7000 ตรกม. โครงการนี้นอกจากจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่สูงมากแล้ว พื้นที่บริเวณการก่อสร้างก็มีระยะทางยาว และกินพื้นเป็นบริเวณกว้างมาก ความยาวของหน้างานทั้งหมดตั้งแต่ต้นถึงท้ายโครงการมีความยาวกว่า 150 กม. จำนวนถนนในโครงการ กว่า 200 กม.และมีโครงส่งน้ำขนาดใหญ่อีกกว่า 30 กม. ซึ่งงานมูลค่าเต็มโครงการ กว่า 50,000 ล้านบาท นี้จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ ในปี 2009 เราคนไทยก็จะได้มีโอกาสได้ใช้ไฟฟ้าพลังน้ำที่มีราคาไม่แพงจากที่นี่ครับ

ความก้าวหน้าของงานภายใน Power House กว่า 83%
การเดินทางไปดูงานครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์ ข้อมูล การนำชม และให้ความสะดวกทุกอย่าง เป็นอย่างดีมากจากบริษัทอิตาเลียนไทยดีวีลอปเม้นต์จำกัด โดยผุ้จัดการโครงการ นายช่างเทอดธรรม ( เจ้านายคนแรกของนายช่างพิพัฒน์ เพื่อนรุ่น 11 ของเรา นั่นเอง ) พร้อมทีมงานวิศวกร รุ่นพี่ รุ่นน้อง ทุกท่านในโครงการ ผมและเพื่อนร่วมรุ่น 11 ทุกท่านขอขอบพระคุณมา ณ.โอกาสนี้ด้วยครับ
- ภาพบรรยากาศ >>
- Presentation >>
ข่าวประชาสัมพันธ์รุ่น 11
www.entaneer11.net
|